Rihanna - Loud (ไม่สวย ไม่เริ่ด ทำไม่ได้นะย่ะ)
posted on 13 Nov 2010 17:30 by disneyboy-world in Review
รีวิวเฉพาะกิจกับอัลบั้มใหม่ล่าสุดของสาวผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของอุตสาหกรรมดนตรียุคนี้คงหนีไม่พ้น แม่สาวสุดเปรี้ยงจากเกาะบาเบโดส Rihanna กับอัลบั้ม Loud กับการขนโปรดิวเซอร์ ฮิปฮอป อาร์แอนด์บีมามากมาย อาทิ StarGate, The Runners , Alex da Kid เธอกลับมาคราวนี้เพื่อตอกย้ำความดังของเธอหลังจากความสำเร็จไปมากมายจาก Good Girl Gone Bad และ Rated R แต่เธอไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังคงออกผลงานถี่ๆ มาให้เราได้ฟังกันโดยที่ไม่กลัวผู้คนเบื่อกันเลยทีเดียว เลยต้องบอกเลยว่าอัลบั้มนี้ ถ้าเธอ ไม่สวย ไม่เริ่ด ทำไมได้นะย่ะ

Only Girl (In the World) ซิงเกิ้ลแรก อิเรคโทรป็อป เจือ ยูโรป็อป กับเฮ้าส์ บีทชวนขยับ ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าซิงเกิ้ลนี้เป็นซิงเกิ้ลฉวยโอกาส หลังจากที่คนฮือฮากับ Who's That Chick ที่ทำกับ David Guetta ซึ่งหลายคนคงพูดเหมือนกันว่า เธอพยายามฉีกภาพลักษณ์จากอัลบั้ม Rated R ทิ้ง เพราะต้องการกลับมาทำ อาร์แอนด์บี อิเรคโทรป็อป สนุกๆ เปรียบเสมือนกับว่า อัลบั้ม Rated R เป็นอัลบั้มตามใจฉันที่ต้องการจะทำเพลงตามอารมณ์ตัวเองและบ่งบอกตัวตนของตัวเองให้ชัดเจน
What's My Name feat. Drake ซิงเกิ้ลที่สองกับ อิเรคโทรป็อป จังหวะเนิบนาบกับกลิ่นอาย สกา ที่น่าจะติดมาจากอัลบั้มที่แล้ว ตัวเพลงสามารถตอบโจทย์ตลาดได้เป็นอย่างดีกับ จังหวะอาร์แอนด์บีเนิบๆ ชวนติดตาม แต่ขัดความน่าเบื่อด้วย บีทแบบสกา และ ท่อนที่ร้องว่า Oh na na ซึ่งเธอคงจะพยายามทำให้เป็น signature ของตัวเองเพื่อความติดหู แถมยังได้หนุ่มสุดฮ็อต ณ ตอนนี้อย่าง Drake มาสร้างสีสันด้วย เลยไม่แปลกใจเลยที่เพลงนี้สามารถสอยอันดับ 1 BB Hot 100 มาได้อย่างง่ายดาย

ภาำพจากมิวสิควีดีโอ Only Girl (In the World)
S&M แทร็คแรกในอัลบั้มที่กำลังแพลนที่จะปล่อยเป็นซิงเกิ้ลที่สาม กับอิเรคโทรคลับเฮ้าส์บีทสนุกๆ จากการร่วมงานกับนักแต่งเพลงชื่อดังที่มาร้อง คอรัสให้ด้วยอย่าง Ester Dean และ โปรดิวเซอร์ฮิปฮอป อย่าง StarGate แต่ไม่รู้ว่าคุณเธอติดใจกับการไปร่วมงานกับ David Guetta หรืออย่างไร เพลงนี้เลยโขลก Sexy Bitch ออกมาแบบเป็นภาคต่อกันเลยทีเดียว
Cheers (Drink To That) อาร์แอนด์บีผสมเรกเก้เบาๆ กับการเล่นสนุกแทรกเสียงร้องของ Avril Lavigne จากเพลง I'm With You เข้ามาด้วย คิดว่าน่าจะเป็นความคิดสนุกของ สาวๆกัน ตัวเพลงค่อนข้างเดินบีทได้อืดอาด ไปหน่อยแต่ก็เป็นการต่ออารมณ์จาก What's My Name ก่อนที่จะเข้าเพลง Fading เพลงนี้แซมเปิ้ลเพลง One by One ของ Enya เลยทำให้กลายเป็นอาร์แอนด์บีที่เอาเครื่องสายไปผสมโรง เพื่อทำให้เมโลดี้ออกมาหวานๆ เดินบีทกระชับ กัีบท่อนฮุคจำง่ายๆ น่าจะฮิตได้ไม่ยากกับเพลงนี้ (ฟังท่อนฮุคแล้วนึกถึง Eh, Eh (Nothing Else I Can Say)) California King Bed อคูสติคเหงาๆ หนึ่งเดียวในอัลบั้ม กับการสกิดอารมณ์เหงาสุดขั้วหัวใจ ด้วยกีต้าร์อคูสติค ก่อนที่จะค่อยๆ หยอดเครื่องดนตรีเข้าไปเรื่อยๆ และพีคอารมณ์สุดท้ายกับท่อนฮุค ที่มีความเป็น ร็อค (คาดว่าคงจะัยังสนุกจากอัลบั้มที่แล้ว) โดยรวมแล้วเพลงนี้น่าจะเป็น Adult Contemporary ที่ฮิตได้ไม่อยาก เพราะเสียงอคูสติคกีต้าร์ให้อารมณ์เหงาได้ดีเฉกเช่นเดียวกับ Big Girls Don't Cry ที่เฟอร์กี้สามารถพาไปฮิตได้ง่ายๆ ริฮานน่าเองก็น่าจะทำได้ แต่คาดว่า แค่เนื้่อเพลงเองก็น่าจะโดนใจคนที่ตอนนี้ชีวิตคู่กำลังดูเหมือนห่างเหินกันออกไป Man Down อาร์แอนด์บี เรกเก้ สนุกๆ (อินโทรตอนแรก ฟังแล้วนึกถึง Bottoms Up แบบบอกไม่ถูก) ตัวเพลงเองก็ค่อนข้างยืนตัวเป็นเอกเทศ จากเพลงอื่นๆในอัลบั้มเฉกเช่นเดียวกับ Rude Boy จากอัลบั้มที่แล้ว เคียงคู่กับ Raining Men (Feat. Nicki Minaj) ที่มาต่ออารมณ์ให้ขยับ กันชิลๆ ให้อารมณ์สาวชาวเกาะอย่างเธอจริงๆ แถมยังมี แรพเปอร์สาวสุดจี๊ดอย่าง Nicki Minaj มาสร้างความสนุกสนานให้เพลงนี้อีกด้วย Complicated อาร์แอนด์บีเนิบนาบได้สยายปีกเป็น อิเรคโทรคลับเฮ้าท์ เจือเทคโน กับเสียงสังเคาะห์ ที่กระจัดกระจายไปทั้งเพลง ที่เน้น บีทหนักๆ กับเสียงโหวกเหวก ครวญครางของ ริฮานน่า Skin อาร์แอนด์บีเนิบนาบที่ใกล้จะปิดอัลบั้มนี้แล้ว กับดนตรีชวนเล่นเสียว (และเนื้อเพลงชวนเสียว) ไม่แน่ใจว่าเพราะเพลงนี้หรือไม่เลยทำให้อัลบั้มนี้โดนป้ายParental Advisory และเราก็เดินทางมาถึงเพลงสุดท้ายกับ เพลงที่ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลก และดังมากในไทยอย่าง Love the Way You Lie แต่ๆๆ จะมาทั้งดุ้นก็คงเหมือนการไม่ลงทุน ที Empire State of Mind ยังมี พาร์ทสองได้ เพลงนี้ก็ต้องมีได้เหมือนกัน Love The Way You Lie (Part II) หลังจาก ภาคแรก ฮิตไปกับ แรพมันๆ กับEminem และท่อนฮุคที่คาดว่าหลายๆคน คงร้องตามได้ ภาคสองเลยมากับ อาร์แอนด์บีกับบีทร็อคหนักๆ และน้ำเสียงที่สื่ออารมณ์เจ็บปวด ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเธอประสบความสำเร็จกับการเอามาทำเป็นเวอร์ชั่นตัวเองได้อย่างดี แต่ก็ไม่วายที่ Eminem ยังตามมาแร็พให้อย่างเคย
บทสรุป
อัลบั้มนี้ค่อนข้างเสี่ยงอย่างชัดเจน แต่ก็มั่นใจในตัวเองมากเช่นกันเพราะการฉีกภาพลักษณ์กระทันหัน กับ อัลบั้มที่มีเพลงแค่ 11 แทร็คนั้น ต้องมั่นมากจริงๆ ว่าขายได้ ภาพรวมอัลบั้มนี้ขอติแค่การทำเพลงที่ดูรีบๆไปหน่อย เหมือนกับให้ทันกระแส Who's That Chick(หรือไม่ก็วางแผนเอาไว้แล้ว) งานเพลงบางเพลงเลยค่อนข้างดูลวกๆ และรกไปหน่อย จนทำให้เหมือนเพลงดังๆ เพลงนู้น เพลงนี้ไปหมด แต่ก็ถือว่าลงตัวอยู่ในระดับที่ดี แบ่งพาร์ท อารมณ์เพลงชัดเจน แม้จะไม่สามารถแดนซ์ได้ทั้งอัลบั้มแต่ถ้าเปิดเอามันส์กับพ้องเพื่อน หรือ ว่ามานอยด์กันกับเพลงเศร้าๆ อัลบั้มนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ก็อย่างที่กล่าวไว้ในขั้นต้นแล้วว่า ของแบบนี้ ไม่สวย ไม่เริ่ด ทำไมได้นะย่ะ
อัลบั้มนี้ค่อนข้างเสี่ยงอย่างชัดเจน แต่ก็มั่นใจในตัวเองมากเช่นกันเพราะการฉีกภาพลักษณ์กระทันหัน กับ อัลบั้มที่มีเพลงแค่ 11 แทร็คนั้น ต้องมั่นมากจริงๆ ว่าขายได้ ภาพรวมอัลบั้มนี้ขอติแค่การทำเพลงที่ดูรีบๆไปหน่อย เหมือนกับให้ทันกระแส Who's That Chick(หรือไม่ก็วางแผนเอาไว้แล้ว) งานเพลงบางเพลงเลยค่อนข้างดูลวกๆ และรกไปหน่อย จนทำให้เหมือนเพลงดังๆ เพลงนู้น เพลงนี้ไปหมด แต่ก็ถือว่าลงตัวอยู่ในระดับที่ดี แบ่งพาร์ท อารมณ์เพลงชัดเจน แม้จะไม่สามารถแดนซ์ได้ทั้งอัลบั้มแต่ถ้าเปิดเอามันส์กับพ้องเพื่อน หรือ ว่ามานอยด์กันกับเพลงเศร้าๆ อัลบั้มนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างดี ก็อย่างที่กล่าวไว้ในขั้นต้นแล้วว่า ของแบบนี้ ไม่สวย ไม่เริ่ด ทำไมได้นะย่ะ
Tags: loud, music, only girl in the world, pop, review, rihanna, s my name, what1 Comments


ด้วยราคา 379 บาท @ Boomerang Rungsit นั้นเอง